คริสตมาส ข่าวที่แจ้งด้วยวิธีที่เหลือเชื่อ

(อรรถาธิบาย ลูกา 1:26-38)

(ขอขอบพระคุณ อจ. โสภณ จริยาสุวรรณ เลขาธิการ นคท.
ได้กรุณาส่งบทความคริสต์มาสนี้มาร่วมฉลองเทศกาลคริสต์มาส)

โดย Donald Robinson
บิชอบนิกายแองกลิกันในเมือง Parramatta ประเทศ ออสเตรเลีย
จาก HIS Magazine เดือนธันวาคม 1974

แปลโดย โสภณ-วรัณยา จริยาสุวรรณ
สาร จี ซี เอฟ THE LIFE ฉบับเดือน พ.ย.-ธ.ค. 2000

มี Web Sites Christian Thai อีกหลายแห่งที่น่าสนใจ Click Hereการแจ้งข่าวด้วยวิธีที่แปลกประหลาด เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปกติ ของเหตุการณ์ คริสตมาส เมื่อเริ่มต้นเรื่องราวในลูกา1:26-38 เราพบว่ามารีย์ไม่ได้กำลัง ”อธิษฐาน” หรือทำสิ่งที่ แสดงถึงความเป็นคนเคร่งในศาสนา และไม่มีคำอธิบายใดๆเลยที่บอกเราว่า มารีย์เป็นคนเคร่งศาสนา คุณสมบัติประการเดียว ที่ทำให้ทูตสวรรค์มาเยี่ยมเธอ คือเธอได้หมั้นไว้กับโยเซฟผู้เป็นเชื้อสายของดาวิด ซึ่งผู้เผยพระวจนะ ได้ทำนายไว้ว่าพระเมสสิยาห์จะมาเกิด ในวงศ์ตระกูลนี้ แต่ถ้าเน้นเรื่องที่เป็นเชื้อสายของดาวิด ก็ยังมีคนอื่นอีกตั้งหลายคน ทำไมต้องเป็นโยเซฟ ดังนั้น นี่จึงไม่ใช่เหตุผลพิเศษ ที่ฑูตสวรรค์ต้องมาหาเธอด้วย หรือเพราะชื่อของเธอ? “มารีย์” ซึ่งในพระคัมภีร์เดิม คือมิเรียม ก็ไม่ใช่ชื่อที่พิเศษ แม้แต่เฮโรดก็มีภรรยาชื่อนี้ ชื่อโยเซฟก็เหมือนกัน ไม่มีอะไรเลยที่เด่นเป็นพิเศษ ดังนั้น ถ้าจะว่าถึงความพิเศษ อะไรที่เราเห็นภายนอกแล้ว ดูเหมือนเราไม่พบอะไร และนั่นจึงเป็นสิ่งที่น่าสังเกต

ข่าวที่สนใจในวงการคริสเตียน Click  ถ้าเราดูจากธรรมเนียมยิว มารีย์ควรมีอายุราว 15 ปี หรือ 16 ปี ผู้ชายยิวมักจะแต่งงาน ตอนอายุ 18 ปี ดังนั้น ตำนานที่กล่าวว่า โยเซฟชราแล้ว จึงไม่น่าสอดคล้องกับพระคัมภีร์ โดยทั่วไปคาดว่าโยเซฟ น่าจะอายุประมาณ 18 ปี ที่จริงน่าจะต่ำกว่า 18 ปี เพราะในธรรมเนียมยิว จะหมั้นกันก่อนการแต่งงาน 1 ปี มารีย์ถูกเรียกเป็นหญิงพรหมจารีใน ลูกา 1:27 ภาษากรีกใช้คำว่า “parthenos” ซึ่งพระคัมภีร์ฉบับ New English Bible แปลได้ถูกต้องโดยใช้คำง่ายๆว่า “เด็กผู้หญิง ” ในภาษากรีก ไม่ได้ให้ความหมายชัดเจน ว่าเป็นหญิงพรหมจารีเหมือนกับในภาษาไทย คำว่า “เด็กสาวที่ยังไม่แต่งงาน ” น่าจะเหมาะสมกว่า และการแปลเช่นนี้ ไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาว่าเธอเคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน เพราะเราสามารถถือได้ว่า เธอเป็นเด็กผู้หญิง เธอไม่เคยแต่งงานและเธอกำลังจะแต่งงาน

ขอพี่น้องอธิษฐานเผื่อหัวข้อต่อไปนี้ด้วย Click  การหมั้นก่อนการแต่งงาน 1 ปี เป็นธรรมเนียมที่แน่นอน และกำหนดไว้แล้ว ตามกฎหมาย และกฎเกณฑ์กำหนดไว้ เช่นนั้น และถือว่าในช่วงที่หมั้นกันอยู่นั้น เป็นเหมือนกับทั้งสองแต่งงานกันแล้ว การหย่าอย่างเป็นทางการเท่านั้น ที่จะแยกเขาออกจากกันได้ ซึ่งการหย่าอาจเกิดขึ้นได้ในช่วง 1 ปีที่หมั้นกันไว้

ใน ลูกา 1:28 เป็นคำทักทายของทูตสวรรค์ ผู้มาส่งข่าว ซึ่งแปลกประหลาด เพราะมันไม่แตกต่างมากนัก กับคำว่า “ขอแสดงความยินดี ” เมื่อมีใครสักคนมาบอกคุณว่า “คุณชนะเลิศ” ได้รางวัลในการแข่งขันอะไรสักอย่าง โดยที่คุณไม่ได้เข้าแข่งขันด้วยเลย

นั่นทำให้มารีย์ผู้น่าสงสาร งุนงง เธอไม่รู้ว่านั่นแปลว่าอะไร แต่เธอก็ได้รับคำอธิบายว่าเธอ ”เป็นที่โปรดปรานอย่างมาก ” และได้รับเกียรติอย่างสูง ในฉบับภาษาละตินได้แปลประโยคนี้ว่า ”เต็มด้วยพระคุณ” ซึ่งต่อมาได้ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ทางศาสนศาสตร์เป็นเวลาหลายศตวรรษ ทัศนะเช่นนี้ทำให้คนบางกลุ่ม เชื่อว่า มารีย์เป็นดังแอ่งน้ำมนต์แห่งพระคุณ ที่สามารถแจกจ่าย ไปให้แก่คนอื่นๆได้ แท้จริง คำนี้มีความหมายว่า เธอเองเป็นผู้รับพระคุณ จากพระเจ้าผู้ทรงพอพระทัย ในเธออย่างมาก

ถ้าต้องการรู้รหัสไปรษณีย์ คำขวัญประจำจังหวัด รหัสทโทรศัพท์ทางไกล Click  ให้เรามาพิจารณาวลีที่ว่า “พระเป็นเจ้าทรงสถิตอยู่กับเธอ ” คำทักทายเช่นนี้ ในคริสตจักรยุคแรกใช้เป็นเพียงคำกล่าวธรรมดา ๆ ต่อกัน และไม่ได้เป็นคำอวยพรพิเศษใด ๆ ทางศาสนาเลย (เช่นคำว่า“ขอพระเป็นเจ้าทรงสถิตอยู่กับท่าน ”) นี่เป็นคำที่มีความหมายเหมือนในพระธรรมผู้วินิจฉัย 6:12  ที่ว่า"กิเดโอน เจ้าบุรุษผู้กล้าหาญเอ๋ย พระเจ้าทรงสถิตกับเจ้า” และคำสัญญาของพระเจ้าที่ตรัสแก่โยชูวาว่า “เราอยู่กับโมเสสมาแล้วฉันใด เราจะอยู่กับเจ้าฉันนั้น (โยชูวา 1:5)

การที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสถิตอยู่กับท่าน มีความหมายอย่างไรหรือ ? การแสดงออกเป็นคำพูดเช่นนี้เป็นเพียงคำพูดธรรมดา หมายถึงการมีพระเจ้าทรงอยู่ข้างๆเรา เพื่อช่วยเหลือเรา ทรงยืนเคียงข้างดังผู้พิทักษ์ และดังผู้ทรงนำพระพรมาสู่เรา แต่สำหรับมารีย์นี่เป็นคำทักทายที่ประหลาด เธอคงคิดว่า “ทำไมทูตสวรรค์จึงกล่าวคำนี้ ?” “มันเปลว่าอะไร ?” “แล้วจะเกิดอะไรต่อไป ?” เธอคงรู้สึกลำบากใจกับคำที่ทูตสวรรค์พูดกับเธอ

หาซื้อหนังสือครืสเตียน Clickความศรัทธาและเต็มด้วยการอธิษฐาน

          ถ้อยคำในลูกา 1:30-33 เป็นหัวใจของข่าวดีทั้งหมดที่ทูตสวรรค์นำมาแจ้งแก่มารีย์ ถ้อยคำเหล่านี้ช่วยมารีย์เข้าใจ และบอกให้รู้ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นนั้นเธอจะไม่ได้รับประโยชน์ใด ๆ ไม่มีคำอธิบายว่าเหตุใดเธอจึงถูกเลือก เพราะเธอเป็นคนดี หรือ เพราะเธออธิษฐานหรือ หรือเพราะว่าเธอมีศรัทธา ถ้อยคำของทูตสวรรค์ไม่ได้มีลักษณะของการให้รางวัล แต่มีความหมายธรรมดาๆ ว่าเธอถูกเลือกจากพระเจ้า เพื่อเป็นแม่ของพระเมสสิยาห์ นี่ทำให้เราคิดถึงปฐมกาล 6:8 แต่โนอาห์เป็นที่ชื่นชอบในสายพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้า” และพระเจ้าทรงเลือกที่จะอวยพรผ่านโนอาห์

อ่านบทความอกหักดีกว่ารักไม่เป็น Click  ในลูกา 1:31 ทูตสวรรค์พูดกับมารีย์ว่า “ดูเถิด เธอจะตั้งครรภ์และคลอดบุตรชาย จงตั้งชื่อบุตรนั้นว่า “เยซู”” ถ้อยคำนี้เกือบจะเป็นเสียงก้องที่สะท้อนมาจากคำพยากรณ์ของอิสยาห์ ในอิสยาห์7:14 ดูเถิด หญิงสาวคนหนึ่งจะตั้งครรภ์ และคลอดบุตรชายคนหนึ่ง และเขาจะเรียกนามของท่านว่า อิมมานูเอล” ซึ่งมีประโยคที่คล้ายกันมาก แตกต่างในประโยคที่ว่า จงตั้งชื่อบุตรนั้นว่าเยซู แทนคำว่า อิมมานูเอล คำว่า “อิมมานูเอล ” ในที่นี้ก็เกือบจะเป็นเพียงคำทักทายว่า “พระเจ้าทรงสถิตอยู่กับเรา ” เท่านั้น ชื่อ “เยซู ู” เป็นภาษากรีกมาจากคำว่า “โยชูวา ” ในภาษาฮีบรู ซึ่งแปลว่า “พระเยโฮวาห์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด ” ในแง่หนึ่งท่านโยชูวาเป็นผู้ช่วยที่ยิ่งใหญ่ของอิสราเอลเมื่อเขาได้พาคนอิสราเอลเข้าสู่ดินแดนแห่งความรอด (ดินแดนแห่งพระสัญญา) นี่ช่างสอดคล้องกันอย่างน่าประหลาด

มัทธิว 1:18-25 เป็นเรื่องราวที่ทูตสวรรค์มาปรากฏแก่โยเซฟ โดยเขาได้รับการบอกเล่าในทำนองเดียวกันว่ามารีย์จะตั้งครรภ์ และจะคลอดบุตรชาย และบุตรนั้นจะชื่อว่า เยซู “เพราะว่าท่านเป็นผู้ที่จะโปรดช่วยชนชาติของท่านให้รอดจากความผิดบาปของเขา”

ตามพื้นฐานจากพระคัมภีร์เดิม อิสราเอลคาดหวังพระเมสสิยาห์อย่างไรบ้าง ? พวกเขาคิดว่าพระองค์จะทรงกระทำอะไร ? แท้จริงพวกเขาเชื่อว่าพระองค์จะทรงเป็นกษัตริย์ของอิสราเอล เหมือนกับที่ 2 ซามูเอลบทที่ 7 บรรยายไว้ว่า “บุตรชายผู้ยิ่งใหญ่ของกษัตริย์ดาวิดผู้ยิ่งใหญ่” ผู้เผยพระวจนะนาธันได้ให้พันธสัญญาถึงราชอาณาจักรที่จะมาภายหลังว่า “เราจะเป็นบิดาของเขา และเขาจะเป็นบุตรของเรา” นี่คือกษัตริย์ที่จะมาครอบครองต่อจากดาวิด และ “ราชอาณาจักรของเขาจะอยู่เป็นนิตย์”

  สดุดี 89 ได้เฉลิมฉลองความจริงที่ยิ่งใหญ่นี้เช่นกัน

“เราจะเอามือของเขาวางไว้บนทะเล

และมือขวาของเขาบนแม่น้ำทั้งหลาย

เขาจะร้องต่อเราว่า

'พระองค์ทรงเป็นพระบิดาของข้าพระองค์

พระเจ้าของข้าพระองค์ และ

เป็นพระศิลาแห่งความรอดของข้าพระองค์

และเราจะให้เขาเป็นบุตรหัวปี

สูงที่สุดในบรรดาพระราชาแห่งแผ่นดินโลก

เราจะเก็บความรักมั่นคงของเราไว้ให้เขาเป็นนิตย์

และพันธสัญญาของเราจะตั้งมั่นคงอยู่เพื่อเขา

เราจะสถาปนาเชื้อสายของเขาไว้เป็นนิตย์

ทั้งบัลลังก์ของเขาให้ดำรงตราบเท่ากาลของฟ้าสวรรค์”

รู้จักพระเจ้าผ่านภาพยนตร์ Click  พระธรรมตอนนี้ อธิบายง่าย ๆ เกี่ยวกับพระเมสสิยาห์ เหตุการณ์นี้ครอบคลุม ความรู้สึกถึงพระสิริ สง่าราศี และสิ่งที่เกินธรรมชาติ เกินกว่าสิ่งธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ในโลก

2Become1 บทความคู่ครองคริสเตียนการนำไปใช้

อย่างไรก็ตาม มารีย์ได้ทำให้สิ่งที่คุยกันให้เป็นจริงเป็นจังขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเธอต้องเป็นไปตามคำของทูต เธอตอบทูตสวรรค์ว่า “เหตุการณ์นั้นจะเป็นไปอย่างไรได้ เพราะข้าพเจ้ายังหาได้ร่วมกับชายไม่” จากคำถาม ดูเหมือนมารีย์สงสัยว่าเหตุการณ์เหล่านั้นจะเป็นไปได้อย่างไรและคงเกิดขึ้นได้ยาก หรือ..มารีย์อาจจะคิดว่าทูตสวรรค์กำลังพูดถึงลูกชายซึ่งจะเกิดมาหลังจากที่เธอแต่งงานกับโยเซฟหรือเปล่า ? ที่จริงการแต่งงานจะเกิดขึ้นต้องหลังจากนั้นอย่างน้อย 12 เดือนขึ้นไป บุตรชายนั้นจึงจะเกิดมาเพื่อนั่งบนบัลลังก์ของดาวิดบรรพบุรุษของเขา นี่สันนิษฐานได้ว่าโยเซฟควรจะเป็นคุณพ่อแต่ตามพระคัมภีร์ดูเหมือนชัดเจนว่ามารีย์เชื่อว่าทูตสวรรค์กำลังบอกเธอถึงบางสิ่งที่จะเกิดขึ้นทันที คำในภาษากรีกไม่ได้ยืนยันแน่นอน บอกแต่เพียงว่าเป็นไปได้

ตามบริบทบ่งชี้ว่ามารีย์คิดว่าทูตสวรรค์กำลังบอกเธอถึงบางอย่างที่พระเจ้ากำลังเริ่มต้นทำการในเธอมากกว่าจะต้องรอไปอีกนานหรือในอนาคตอันใกล้ ยิ่งกว่านั้น คำถามของเธอแสดงว่าเธอไม่เข้าใจอะไรบางอย่าง ดังนั้น คำถามเร่งด่วนของเธอที่ว่า “จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ?” คำตอบจึงเป็นว่า ก็เกิดขึ้นโดยฤทธิ์เดชของพระเจ้านะสิ

“ทูตสวรรค์จึงตอบนางว่า พระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จลงมาบนเธอ และฤทธิ์เดชของผู้สูงสุดจะปกเธอ เหตุฉะนั้น บุตรที่จะเกิดมานั้นจะได้เรียกว่า “วิสุทธิ์” และเรียกว่าพระบุตรของพระเจ้าลูกา 1:35

การประกาศตามสายสัมพันธ์ การเข้ามาแทรกแซงโดยฤทธิ์อำนาจของพระเจ้ากำลังจะเกิดขึ้น การเกิดของเด็กทารกคนหนึ่งซึ่งไม่อาจสืบหาคำอธิบายโดยอาศัยกระบวนการของเหตุและผลในการเกิดชีวิตโดยปกติได้ เด็กนั้นจะถูกเรียกว่า”พระบุตรของพระเจ้า ” และไม่ได้กำเนิดจากมนุษย์ เพราะว่าใคร ๆ เรียกเขาว่าเป็นพระบุตรของพระเจ้า ซึ่งนี่เป็นความแตกต่างระหว่างพระเยซูคริสต์กับเรา พระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้า เพราะว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จลงมาบนมารีย์

พระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่ได้ปรากฏในพระคัมภีร์เดิมมากนัก และเราต้องเข้าใจว่าการที่พระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จลงมาบนใครสักคนหมายความว่าอะไร เหตุการณ์ที่แน่นอนในพระคัมภีร์เดิมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของแซมซั่น ซาอูล และดาวิด พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงปรากฏแก่พวกเขา “แล้วพระวิญญาณของพระเจ้าจะมาสถิตกับท่าน (ดาวิด) อย่างมาก"(1ซามูเอล 10:6 “พระวิญญาณของพระเจ้าก็สวมทับดาวิดอย่างมาก” (1ซามูเอล16:13) ในกันดารวิถี 11:25และเอาวิญญาณที่มีอยู่บนโมเสสบ้างใส่บนพวกผู้ใหญ่ 70 คนนั้น ในผู้วินิจฉัย 3:10 "พระวิญญาณของพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับโอทนีเอล"และในที่อื่นๆอีกได้บอกเราถึงงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ การเสด็จลงมาปกเธอที่กล่าวถึงในลูกา1:35นั้นทำให้ระลึกถึงภาพของเมฆซึ่งสำแดงถึง การสถิตอยู่ ของพระเจ้าที่ภูเขาซีนาย ที่พลับพลา ที่พระวิหารในกรุงเยรูซาเล็มและที่ภูเขาที่พระเยซู ทรงจำแลงพระกาย การบอกว่าฤทธิ์เดชของพระเจ้าลงมาปกนั้นบ่งชี้ถึงการสถิตอยู่ของพระเจ้า และฤทธานุภาพของพระเจ้าที่แสดงออกเป็นรูปธรรม

เมื่อดอกรักบาน ความรักและ คู่ครอง  ทุกสิ่งเป็นไปได้

หมายสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่พระเจ้าทรงตั้งใจสำแดงฤทธิ์อำนาจของพระองค์เพื่อหนุนใจมารีย์คือการตั้งครรภ์ของญาติสนิทของเธอนางเอลิซาเบทพระเจ้าผู้ทรงสามารถ กระทำให้คนที่ตายฟื้นคืนชีวิต เหมือนกับที่พระองค์ทำให้นางซาราห์ที่เป็นหมันตั้งครรภ์ ได้ทำให้ นางเอลิซาเบทซึ่งชราแล้วและก่อนหน้านี้เข้าใจว่าเป็นหมันตั้งครรภ์ได้ ประโยคสุดท้ายของทูตสวรรค์คือ “เพราะว่าไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งพระเจ้าทรงกระทำไม่ได้”ไม่มีพระวจนะของพระเจ้าคำใดที่ไม่มีฤทธิ์อำนาจทุกถ้อยคำที่พระเจ้าตรัสจะต้องเกิดขึ้นตามนั้น

แนะนำพระคัมภีร์  ในพระคัมภีร์เดิม ประวัติศาสตร์ของการทรงไถ่ เริ่มต้นเมื่อพระเจ้าทรงสัญญากับอับราฮัมว่า โดยทางพงศ์พันธ์ของเขา ชนชาติทั้งหลายจะได้รับพระพร เพื่อที่สิ่งนี้จะเป็นจริงอับราฮัมจะต้องมีลูกชายแต่ภรรยาของเขาชรามากความคิดที่ว่าเธอจะมีลูกชายขัดขวางเธอ จนเห็นว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อ และเธอหัวเราะให้กับความหวังนั้นดังนั้นคำตอบขององค์พระผู้เป็นเจ้า สำหรับอุปสรรคครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการทรงไถ่ก็คือ“มีสิ่งใดที่อัศจรรย์เกินฤทธิ์ที่พระเจ้าจะทำได้” (ปฐมกาล 18:14)ในพระคัมภีร์ฉบับภาษากรีกเขียนคำกล่าวนี้ตรงๆว่า“ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่พระเจ้าทรงกระทำไม่ได้” และในที่สุดเมื่อคำสัญญาที่พระเจ้าได้ทรงกระทำไว้กับอับราฮัมสำเร็จในพระเยซูคริสต์ คำพูดแบบเดียวกันเป็นเสียงก้องที่สะท้อนออกมาโดยทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งว่า“ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่พระเจ้าทรงกระทำไม่ได้ ”ความรอดของมนุษย์จึงไม่ขึ้นอยู่กับสิ่งอื่นใดนอกจากพระเจ้าและมารีย์ได้ตอบสนอง ต่อคำกล่าวซึ่งยืนยันฤทธานุภาพของพระเจ้าว่า “ดูเถิด ข้าพเจ้าเป็นทาสีของพระเป็นเจ้า ข้าพเจ้า พร้อมที่จะเป็นไปตามคำของท่าน”

เรามักจะถามกันบ่อยๆว่าแนวคิดที่ว่าพระคริสต์เกิดจากหญิงพรหมจารีจำเป็นต้อง เป็นส่วนหนื่งของความเชื่อของคริสเตียนหรือไม่ ? หลายคนอาจจะพูดว่า“โอ ฉันไม่คิดว่าฉันจะเชื่อ เรื่องแบบนี้ได้ ฉันเชื่อเรื่องอื่น ๆ ทั้งหมดยกเว้นเรื่องนี้เรื่องเดียวมันไม่เห็นเป็นส่วนใดของความเชื่อ คริสเตียนสักนิด”

การเกิดจากหญิงพรหมจารี ไม่มีบันทึกไว้ที่ไหนในพระคัมภีร์ใหม่อีกเลย อาจพูดถึงอ้อม ๆ ในยอห์น 8:41 "ท่านทั้งหลายย่อม กระทำสิ่งซึ่งบิดาของท่านทำ เขาทูลพระองค์ว่า เรามิได้เกิดจากการล่วงประเวณี เรามีพระบิดาองค์เดียวคือพระเจ้า" (ดูเหมือนพวกยิวกำลังว่าพระองค์ว่าเกิดจากการล่วงประเวณี ไม่ได้เกิดจากหญิงพรหมจารี แสดงว่าความจริงเรื่องพระองค์เกิดจากหญิงพรหมจารีก็เป็นที่รู้กันในเวลานั้น- ผู้แปล)ไม่มีเหตุการณ์ใดอีกที่เรื่องการประสูติจากหญิงพรหมจารีนี้ถูกอ้างถึงดังว่าเป็นความจริงประการหนึ่ง ที่ต้องประกาศออกไป เมื่อเปโตรได้ยืนขึ้นเทศนาในกรุงเยรูซาเล็มหรือในบันทึกคำเทศนาอื่นใดของคริสเตียน ในยุคแรกๆ ก็ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้เลยแต่เหตุการณ์ซึ่งลูกาได้บันทึกไว้นี้เป็นเหมือนความรู้ที่มีคุณค่ามาก ในท่ามกลางผู้เชื่อ และไม่ได้ถูกประกาศแก่คนที่ไม่เชื่อ

Click Here

คำถามคำตอบ สำหรับคริสเตียนใหม่  แต่เราไม่ควรจะละทิ้งเรื่อง การที่พระเยซูบังเกิดจากหญิงพรหมมจารีไปโดยไม่คิดอย่างรอบคอบไม่มีอะไรที่ท้าทายความคิดในใจของเรา มากไปกว่าทัศนะของเรา ในเรื่องความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า เพราะว่า โดยเรื่องนี้ พระเจ้าจึงไม่ใช่อะไรที่เป็นเรื่องเล่นๆ แต่พระองค์เป็นจริงและได้แสดงให้เราเห็นความยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่สมบูรณ์อย่างไม่มีที่ติ คือ การไถ่บาปของมนุษย์ไม่ได้ขึ้นกับสิ่งใดเลยนอกจากพระองค์ และมารีย์ได้ยอมรับสิ่งนั้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง