พระเจ้าเกี่ยวข้องกับฉันอย่างไร ?

ดิฉันกลับมาหาพระบิดาเจ้าและค้นพบความหมายในชีวิตได้อย่างไร

ดิฉันชื่อ นวพรรณ หุตารมณ์ ชื่อเล่นว่า โจ ค่ะ เมื่อก่อนดิฉันไม่เคยเชื่อหรือยึดถือสิ่งใด กรอกเอกสารสมัครเรียน สมัครงานใดใดก็บอกว่านับถือศาสนาพุทธ แต่ก็ไม่เคยยึดถืออย่างจริงจัง คงใช้ชีวิตด้วยกฎเกณฑ์และมาตราฐาน ของตนเองตลอด หากมีปัญหาในชีวิต ดิฉันก็จะหาหนังสือ ที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆมาอ่าน ซึ่งบางเล่มดิฉันได้ค้นพบในภายหลังว่า ล้าสมัยอยู่หลายปี และส่งผลให้ดิฉันเดินทางผิด และผิดพลาด อย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน

ปัจจุบันดิฉันได้ค้นพบสิ่งที่ตัวเองต้องการทำในชีวิต แต่ยังค้นหาวิธีการทำให้บรรลุผลไม่ได้ เนื่องจากเป้าหมายแห่งชีวิตนี้ใหญ่หลวงเกินกำลังยิ่งนัก แต่เนื่องจากเพื่อนที่ร่วมธุรกิจ และเป็นผู้ที่ได้บรรลุถึงเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่แล้ว ได้แนะนำดิฉันว่าในพระคัมภีร์มีหลายสิ่งที่จะช่วยให้ดิฉันบรรลุเป้าหมายได้ และจุดนั่นเองที่ทำให้ดิฉันได้กลับมาหาพระบิดาเจ้าอีกครั้งหนึ่ง

ดิฉันจำได้ว่าพยายามอย่างมากในการหาพระคัมภีร์มาอ่าน เพื่อนที่เคยเป็นคริสเตียนที่รู้จักและเคยพาไปโบสถ์ครั้งหนึ่งก็ติดต่อไม่ได้ จนนึกได้ถึงเพื่อนอีกสองคนที่เป็นคริสเตียนและทั้งคู่ได้เอื้อเฟื้อพระคัมภีร์และชักชวนไปโบสถ์ ! ซึ่งดิฉันก็ตัดสินใจไปทันทีโดยไม่รู้ว่าแฟนจะเห็นด้วยหรือไม่

คืนนั้นดิฉันอ่านพระคัมภีร์ด้วยความกระหายใคร่รู้ และได้ค้นพบว่าที่ผ่านมานั้นตัวเองช่างโง่เง่า และจิตวิญญาณช่างแห้งผากยิ่งกว่าผืนแผ่นดินทะเลทรายเสียอีก ดิฉันซาบซึ้งกับถ้อยคำในพระคัมภีร์เป็นอย่างมากและแน่นอน พอเช้าวันต่อมา (วันที่ 3 กพ. 45) ที่ดิฉันไปโบสถ์ดิฉันก็รีบรับเชื่อทันทีด้วยเกรงว่าจะพลาดโอกาสสำคัญในชีวิตไป

วันนี้ดิฉันเพิ่งค้นพบว่าพระบิดาเจ้าทราบดีว่า ดิฉันเป็นคนดื้อดึงเพียงไรและเป็นคนที่ตาไม่เห็นโลงศพ ไม่มีทางที่น้ำตาจะไหล ดังนั้นท่านจึงนำทางให้ดิฉันได้ผ่านความทุกข์ยากในทางโลกจนหนำใจก่อนแล้วจึงนำทางให้ดิฉันได้พบสัจธรรมแห่งชีวิตและเตรียมพร้อมขัดเกลาจิตวิญญาณเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์อันยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่ได้มอบหมายให้ดิฉันตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว ขอบพระทัยพระบิดาเจ้า ในนามของพระเยซูคริสต์ อาเมน

Click Here

เมื่อผมถวายตัว

ธานินทร์ วรวิจิตราพันธ์

เมื่อพระเจ้าทรงเรียกผมถวายให้ถวายตัวออกรับใช้พระองค์เต็มเวลานั้นพระองค์ไม่ได้ ทำ "การอัศจรรย์ใด ๆ" พระเจ้าทรงเรียกผมผ่านจิตสำนึก และความคิดที่พระเจ้าทรงสร้าง พระเจ้าทรงสำแดงน้ำพระทัย  เมื่อผมใคร่ครวญถึงพระเจ้า พระเจ้าทรงเรียกผมผ่านการเรียน รวี ฯ ของคริสตจักร ผ่านการอ่านพระวจนะและใคร่ครวญพระวจนะนั้น  เมื่อผมนึกย้อนถึง การตัดสินใจถวายตัว ผมอยากจะสรุปด้วยพระคัมภีร์ 3 ข้อที่มีผลต่อขั้นตอนต่าง ๆ ที่นำผม สู่การตัดสินใจดังนี้

          2 ทิโมธี 4.7

          อาจารย์เปาโลผู้ชราภาพที่กำลังจะจากโลกนี้ไปกำลังส่ง "ไม้ผลัด" ของเขาให้ทิโมธี พระเจ้าทรงให้ข้อพระคัมภีร์แก่ผม ในช่วงเวลาที่กำลังตัดสินใจพอดี ข้อนี้หนุนใจผมมาก ที่เห็น ว่าอาจารย์เปาโลรับใช้พระเจ้านานกว่า 20 ปี ท่านตั้งใจจริง มุ่งมั่น ทรหดอดทน ในการรับใช้ ผมเองไม่มี "สิทธิ์" ที่จะพูดประโยคเหล่านี้ต่อหน้าพระคริสต์ได้ พระธรรมข้อนี้กลายเป็น เป้าหมายในการรับใช้ของผม

          โรม 8.28

          อ.ดิ๊กเคยเทศนาว่า "God always give us the best thing at the right time" ประโยคนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของผม ผมเชื่อมั่นตามตัวอักษรนั้นจริง ๆ ความคิดนี้ทำให้ผม คิดว่า "แล้วทำไมเราไม่ให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่พระองค์ล่ะ" และสำหรับผม "สิ่งนั้น" ก็คือ "เวลาที่ เหลือในชีวิตของผม" นั่นเอง

          2 โครินธ์ 13.14  

          ผมเรียกพระธรรมข้อนี้ว่า "การทรงเรียกในการทรงเรียก" ผมเคยอธิษฐานจริงจังว่า ขอพระเจ้าสำแดงอย่างชัดเจนว่าพระองค์ทรงเรียกผมจริง ๆ  ในวันนั้นเองพระธรรมข้อนี้มาถึง ผม ตอนนั้นผมคิดว่าผมไม่เคยได้ยินใครอ่านหรือท่องข้อพระคัมภีร์ข้อนี้เลยนอกจากศิษยา ภิบาล ในการขอพรตอนปิดประชุม ผมรู้สึกว่าพระเจ้าไม่เพียงเรียกให้ผมรับใช้เต็มเวลา แต่ทรง เรียกให้ผมทำงานในทีมศิษยาภิบาล เป็นเรื่องตลกที่ผมทราบภายหลังว่าคริสเตียนเองกลิกัน แทบทุกคนจะท่องพระธรรมข้อนี้ได้เหมือนกับการท่องคำอธิษฐานของพระเยซู  ในขณะที่ พระธรรมข้อนี้มีความหมายเป็นพิเศษสำหรับผมมาก!!!

       คำอธิษฐาน  คำหนุนใจ  คำเตือนสติ  และการสนับสนุนของพี่น้องทุก ๆ คนมีค่าสำหรับผม ผมเชื่อมั่นว่า พระเจ้าจะทรงนำและรู้ใจผมตลอดระยะทางที่รอคอยอยู่ข้างหน้าClick Here