พระศรีอริยเมตไตรย คือพระเยซูจริงหรือ?

โดย อ. กช

** แนะนำให้อ่านข้อความทั้งหมด หากมีเวลาจำกัด แนะนำให้อ่านคร่าวๆ และเน้นอ่านที่หัวข้อ "ข้อสังเกต" และ "ข้อสรุป"

ความเชื่อของคริสเตียน "บางกลุ่ม"

(สำหรับผู้ที่เคยอ่านคำพยากรณ์นี้แล้ว แนะนำให้อ่านข้ามไปยังหัวข้อ "ความเชื่อของชาวพุทธ" )

เชื่อกันว่าคัดลอกข้อความมาจาก "พระธรรมปิฎกพุทธทำนายถึงพระศรีอริยเมตไตรยที่มาโปรดโลกมนุษย์" ซึ่งคัดลอกมาจากวัดพระสิงห์ จ.เชียงใหม่ แหล่งข้อมูลได้อ้างว่า "พระศรีสุทธิวงศ์" กรุงเทพฯ ได้รับรองว่าถูกต้องและยังอ้างอีกด้วยว่าเอกสารนี้ออกให้ในวันตำรวจ วันที่ 13 ตุลาคม พศ. 2497

ข้อความบางตอนกล่าวว่า "เมื่อพระพุทธเจ้า เดินเที่ยวสัญจรเป็นตัวเป็นตนอยู่ในโลกนี้ มีพราหมณ์เฒ่าองค์หนึ่งนุ่งขาวห่มขาวเข้ามาทูลถามพระพุทธเจ้าว่า "มนุษย์และพราหมณ์ทั้งหลายจะจำศีลกินทานไปอย่างไรจึงจะรอดพ้นจากบาปได้?" พระพุทธเจ้าตรัสว่า "มาศแม้นว่าท่านทั้งหลายจะให้ทานทอดกฐิน ถือศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ศีล 227 เก้าล้านเก้าพันโกฏิ ยกมือไหว้บูชาถวายตัวเป็นเครื่องบูชา หรือภาวนาวันละ 5 ครั้ง ก็ไม่อาจจะรอดพ้นได้ ทำอย่างนี้ทุกวันก็จะได้บุญกุศลเพียงเท่าเส้นผมเด็กอ่อนที่อยู่ในท้องแม่ 8 อสงไขย จะเข้าประตูเมืองสวรรค์ก็ยังมิได้เลย" พราหมณ์เฒ่าองค์นั้นจึงถามต่อไปว่า "ถ้าอย่างนั้นข้าทั้งหลายจะทำอย่างไรจึงจะพ้นและรอดได้?"

พระพุทธเจ้าจึงตรัสกับพราหมณ์เฒ่านั้นว่า "บาปกรรมของมนุษย์นั้นมากหนักหนา หนักกว่าฟ้า หนากว่าแผ่นดิน สูงกว่าหินสีมาฝัง 4 เหลี่ยม 1 ศอกทุกด้าน ปีไหนเทวดาเอาผ้ามาปัด 1 ที หินนั้นหมดเมื่อไหร่ บาปของมนุษย์จะหมดเมื่อนั้น" พระพุทธเจ้าทรงเทศนาต่อไปอีกว่า "ตัวเราเองได้สละสมบัติ ตัดสละกิเลส มาทรงเพศเป็นชี ถือว่าตนดีไม่น้อย ได้ 8 อสงไขยปีปลาย แถมอีกแสนมหากัปป์ นับได้ตัดสละได้ 10 ชาติ ก็ไม่อาจรอดพ้นสักคราวฯ ท่านทั้งหลายเอ๋ย" พราหมณ์เฒ่าองค์นั้นก็ทูลถามต่อไปอีกว่า "ดังนั้นจะให้ข้าทั้งหลายทำอย่างไร?"

พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่า "ให้ท่านทั้งหลายแสวงหาพระอีกองค์หนึ่งที่จะมาโปรดโลก ช่วยท่านทั้งหลายภายหน้า ชื่อว่าพระศรีอริยเมตตรัย" แล้วพราหมณ์เฒ่าองค์นั้นทูลถามว่า "พระศรีอริยเมตตรัยที่จะมาโปรดโลกภายหน้านั้นมีบุคลิกลักษณะอย่างไรพระองค์ท่าน?' พระพุทธเจ้าตรัสว่า "พระศรีอริยเมตตรัยที่จะมาโปรดโลกภายหน้านั้น ที่อุ้งมืออุ้งเท้าเป็นกงจักรกลม ที่สีข้างมีรอยถูกแทงเป็นแผล หน้าผากเต็มไปด้วยรอยตำหนิ พระองค์นั่นแหละจะพาท่านทั้งหลายไต่ข้ามวัฏสงสารไปจนถึงสวรรค์นิพพานจึงพบหน้าพระแก้ว 3 ประการตามประสงค์ หาตามทางเก่าท่านไม่พ้นแน่ ให้ท่านเลิกทางเก่าเสีย และจะมีดวงวิญญาณดวงใหม่ ดวงหนึ่งเท่าแสงหิ่งห้อยลงมาจากชั้นฟ้าเบื้องบน ลงมาสถิตอยู่ในใจของท่านทั้งหลาย แล้วท่านทั้งหลายจะมีชัยชนะต่อศัตรูทั้ง 4 ทิศ 8 ทิศ ใครจะปองร้ายท่านไม่ได้ ถ้าตายแล้วจะไม่ได้กลับมาในโลกนี้อีกต่อไป"

ความเชื่อของชาวพุทธ (ข้อมูลจาก Wikiwand)

(พระศรีอริยเมตไตรย หรือพระเมตไตรย [บาลี: Metteyya เมตฺเตยฺย; สันสกฤต: ไมเตฺรย] เป็นพระโพธิสัตว์ผู้จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ที่ 5 พุทธศาสนิกชนเชื่อว่าเมื่อศาสนาของพระโคตมพุทธเจ้า [องค์ปัจจุบัน] สิ้นสุดไปแล้ว โลกจะล่วงเข้าสู่ยุคแห่งความเสื่อมถอย อายุขัยของมนุษย์ลดลงจนเหลือ 10 ปี ก็เข้าสู่ยุคมิคสัญญี ผู้สลดใจกับความชั่วก็หันมารวมกลุ่มกันทำความดี จากนั้นอายุขัยเพิ่มขึ้นถึง 1 อสงไขยปี [แปลว่า นับไม่ถ้วน] แล้วจึงลดลงอีกจนเหลือ 80,000 ปี ในยุคนี้จะมีพระโพธิสัตว์ที่บำเพ็ญบารมีครบ 80 อสงไขยแสนมหากัป ลงมาตรัสรู้เป็น พระเมตไตรยพุทธเจ้า)

พุทธพยากรณ์เกี่ยวกับ พระศรีอริยเมตไตรย พบในงานเขียนทางศาสนาของขุททกนิกายของศาสนาพุทธ ดังเช่น หลักฐานจากพระไตรปิฎกเล่มที่ 11 พระสุตตันตปิฎก เล่ม 3 ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค จักกวัตติสูตรซึ่งเป็นพระไตรปิฎกของพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท โดยถือกันว่ารักษาเนื้อหาได้สมบูรณ์ที่สุดในบรรดาทุกนิกาย ดังนี้

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในเมื่อมนุษย์มีอายุ ๘๐,๐๐๐ ปี พระผู้มีพระภาคทรงพระนามว่าเมตไตรย์ จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระองค์เป็นอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้ว ทรงรู้แจ้งโลก เป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึกไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกพระธรรม เหมือนตถาคตอุบัติขึ้นแล้วในโลกในบัดนี้ เป็นอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ ไปดีแล้ว รู้แจ้งโลก เป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึกไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกพระธรรม พระผู้มีพระภาคพระนามว่าเมตไตรย์พระองค์นั้น จักทรงทำโลกนี้พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ให้แจ้งชัดด้วยพระปัญญาอันยิ่งด้วยพระองค์เองแล้ว ทรงสอนหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์เทวดาและมนุษย์ให้รู้ตาม เหมือนตถาคตในบัดนี้ ทำโลกนี้พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ให้แจ้งชัดด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตถาคตเองแล้ว สอนหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณพราหมณ์เทวดาและมนุษย์ให้รู้ตามอยู่ พระผู้มีพระภาคพระนามว่าเมตไตรย์พระองค์นั้นจักทรงแสดงธรรม งามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ทรงประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิงเหมือนตถาคตในบัดนี้ แสดงธรรมงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิง พระผู้มีพระภาคพระนามว่าเมตไตรย์พระองค์นั้น จักทรงบริหารภิกษุสงฆ์หลายพัน เหมือนตถาคตบริหารภิกษุสงฆ์หลายร้อย ในบัดนี้ฉะนั้นฯ"
Click Here

ข้อสังเกต

  1. พุทธพยากรณ์ฉบับพระไตรปิฎกเล่มที่ 11 เป็นที่ยอมรับของศาสนาพุทธแทบทุกนิกายและถือได้ว่ามีเนื้อหาที่สมบูรณ์ที่สุดฉบับหนึ่งด้วย ในขณะที่พุทธพยากรณ์ฉบับวัดพระสิงห์นั้นไม่พบต้นฉบับ อีกทั้งไม่เป็นที่ยอมรับในหมู่ชาวพุทธว่ามีเนื้อหาที่ถูกต้อง

  2. นักภาษาศาสตร์วิเคราะห์ว่าพุทธพยากรณ์ฉบับวัดพระสิงห์นั้นเป็นภาษาไทยแต่มีสำนวนล้านนา ไม่พบพุทธพยากรณ์นี้ในภาษาขอม บาลี หรือสันสกฤต แต่มีฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษซึ่งน่าจะแปลมาจากภาษาไทยอีกที ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษยังมีเนื้อหาปลีกย่อยที่ต่างกันในบางจุดและยังมี 2-3 เวอร์ชั่นอีกด้วย (พุทธพยากรณ์ฉบับวัดพระสิงห์อ้างว่าฉบับภาษาไทยได้สังคายนามาจากคัมภีร์ภาษาขอมและต้นฉบับได้สูญหายไป แต่ปัญหาก็คือไม่มีหลักฐานในเรื่องนี้แต่ประการใด และที่สำคัญ ต้นฉบับที่แท้จริงควรเป็นภาษาบาลีหรือสันสกฤตมากกว่า เพราะเป็นภาษาที่ใช้ในสมัยพระพุทธเจ้า)

  3. คนที่จะพยากรณ์หรือเผยพระวจนะได้นั้น พระเจ้าจะต้องอนุญาตให้เขาทำได้เท่านั้น แม้กระทั่งในกรณีของบาลาอัมซึ่งเป็นผู้พยากรณ์เท็จผู้ที่นับถือพระเจ้าหลายองค์ แต่พระเจ้าก็ยังทรงใช้บาลาอัมในการเผยพระวจนะเกี่ยวกับอิสราเอล ถึงอย่างไรกรณีแบบนี้เกิดขึ้นน้อยมาก

  4. พุทธพยากรณ์ฉบับวัดพระสิงห์มีเขียนไว้ว่า "พระศรีสุทธิวงศ์ กรุงเทพฯ รับรองว่าถูกต้อง" แต่ตามหลักฐานที่ค้นคว้าโดยสังเขปมานั้น ไม่มีปรากฏชื่อพระรูปนี้ในช่วงปีพ.ศ. 2497 สรุปได้ว่าพระรูปนี้อาจไม่มีตัวตัวตนจริง ถึงแม้ว่าจะมีตัวตนจริง ผู้ที่รับรองเอกสารสำคัญควรที่จะเป็นพระรูปที่เป็นที่รู้จักในหมู่ชาวพุทธมากกว่า

  5. มุสลิมบางกลุ่มอ้างว่าพระศรีอริยเมตไตรยคือมูฮัมหมัด โดยอ้างว่าคำว่า "เมตไตร" แปลว่า "ถูกสรรเสริญ" ในภาษาบาลี แต่ความหมายที่แท้จริงนั้นคือ "เป็นมิตร" หรือ "สุภาพอ่อนโยน" ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า "มิตร" ในภาษาไทย นอกจากนี้มุสลิมกลุ่มนี้ได้อ้างบทสนทนาระหว่างพระพุทธเจ้ากับพระอานนท์จากหนังสือ "Gospel of Buddha" ซึ่ง Paul Carus ได้แต่งขึ้นตามรูปแบบของพระกิตติคุณของพระเยซู (Gospel) เพื่อเป็นการเผยแพร่ศาสนาพุทธในโลกตะวันตก เป็นหนังสือที่มีการเสริมแต่ง บทสนทนาระหว่างพระพุทธเจ้ากับพระอานนท์ที่ Paul Carus ยกขึ้นมาไม่น่าจะเป็นบทสนทนาจริง (มีมุสลิมอีกกลุ่มหนึ่งที่เห็นว่าพระศรีอริยเมตไตรยคือพระเยซู เพราะมุสลิมเองยกย่องพระเยซูว่าเป็นผู้เผยพระวจนะที่ยิ่งใหญ่หรือ "นบี" ที่สุดคนหนึ่่ง และคำว่า "เมตไตร" มีความคล้ายคลึงกับคำว่า "เมสิยาห์)
Click Here

ข้อสรุป

  1. พุทธพยากรณ์ฉบับวัดพระสิงห์ ไม่น่าจะเป็นเรื่องจริง ผู้แต่งน่าจะเป็นผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นคริสเตียนแต่ไม่ได้เป็นคนของพระเจ้าจริงๆ ที่ได้หาช่องทางในการประกาศโดยการแต่งเรื่องขึ้นมาเอง เรื่องแบบนี้เคยมีมาก่อนด้วย (ตัวอย่าง คนพม่าคนหนึ่งแอบอ้างว่าได้พบพระเยซูตอนที่เขาเสียชีวิตระหว่างที่บวชเป็น พระสงฆ์อยู่ เขาอ้างว่าได้เห็นนิมิตมากมายบนสวรรค์และเขียนคำพยานเป็นเรื่องเป็นราว แต่ถ้าตรวจสอบดูดีๆ แล้วจะพบว่าเรื่องนี้ขาดความน่าเชื่อถือ)

  2. พระศรีอริยเมตไตรยมีอยู่ในพุทธพยากรณ์จริงและชาวพุทธเชื่อว่าพระพุทธเจ้ารูปนี้กำลังจะเสด็จมา อาจกล่าวได้ว่าพระศรีอริยเมตไตรเป็นภาพที่ชี้ไปถึงพระเยซูได้ แต่ที่สำคัญคือพระศรีอริยเมตไตรยไม่ได้เป็นพระเยซู

  3. คริสเตียนควรใช้เรื่องจริงเท่านั้นในการประกาศ การใช้ข้อมูลที่บิดเบือนนั้นผิดต่อทั้งต่อพระเจ้าและต่อมนุษย์

มัทธิว 24:10-11

10 "ในเวลานั้นคนจำนวนมากจะถดถอยไปและจะทรยศกันและกัน ทั้งจะเกลียดชังกันและกันด้วย"
11 ผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จหลายคนจะเกิดขึ้น และล่อลวงคนจำนวนมาก

มัทธิว 24:24

"เพราะว่าจะมีพระคริสต์เทียมเท็จและผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จหลายคนปรากฏขึ้น แสดงหมายสำคัญและการอัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ เพื่อล่อลวงแม้พวกที่พระเจ้าทรงเลือกถ้าเป็นได้"

2 เปโตร 2:1-3

1 "แต่ว่าได้มีผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จเกิดขึ้นในชนชาตินั้น เช่นเดียวกับที่จะมีผู้สอนเท็จเกิดขึ้นในพวกท่าน ซึ่งจะลอบเอาลัทธินอกรีตอันจะให้ถึงความพินาศเข้ามาเสี้ยมสอน จนถึงกับปฏิเสธองค์เจ้านายผู้ได้ทรงไถ่พวกเขาไว้ ซึ่งจะนำความพินาศมาสู่พวกเขาเองอย่างรวดเร็ว"
2 จะมีคนจำนวนมากประพฤติลามกตามอย่างพวกเขา และเพราะคนเหล่านั้น ทางของความจริงจะถูกลบหลู่
3 และพวกสอนเท็จจะหาผลประโยชน์จากท่านทั้งหลายด้วยนิยายที่แต่งขึ้นโดยใจโลภ การลงโทษคนเหล่านั้นที่ได้ประกาศไว้นานมาแล้วจะไม่เนิ่นช้า และความพินาศที่จะเกิดกับพวกเขาก็จะไม่นิ่งเฉย"

Click Here